03 / 04 / 2024
3T Bike ศาสตร์และศิลป์ ผู้นำทุกกาลเวลา

3T Bike ศาสตร์และศิลป์ กับการเป็นผู้นำในทุกกาลเวลา

การสร้างจักรยานในอดีต ก็เป็นเหมือนงานคราฟต์ งานฝีมือในปัจจุบัน ต้องผ่านการใช้สมองและสองมือ ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา แล้วค่อยนำมาประกอบรวมร่างขึ้นมาเป็นจักรยาน เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์และนวัตกรรม ดังจะเห็นได้จากงานจักรยานสมัยก่อน ที่ต้องวัด ตัด เชื่อม รวมถึงการลงสีและขัดเงา ไม่ใช่ทำเพื่อให้นักกีฬาอาชีพไปใช้เพื่อคว้าชัยชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนงานศิลปะชั้นเลิศให้กับคนที่ชื่นชอบ ได้สะสมครอบครอง และยิ่งมีความสุขเพิ่มทวีคูณเมื่อได้ปั่นในสิ่งที่ตัวเองหลงใหล

ภาพจาก steel-vintage.com

The golden century of bicycles

ในยุคที่อุตสาหกรรมเหล็กเฟื่องฟู (Iron Age: ปีศตวรรษที่ 18-19) ก็เป็นช่วงเดียวกับจักรยานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีการก่อตั้งแบรนด์จักรยาน ขึ้นมาหลายๆ แบรนด์ ทั้งในทวีปยุโรป และสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี เนเธอแลนด์ อังกฤษ และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ก็ยังได้ก่อกำเนิดการแข่งขันจักรยานรายการแข่งขันสำคัญๆ ระดับโลกด้วยเช่นกัน เช่น Paris–Roubaix ปี ค.ศ. 1896, Tour de France ปี ค.ศ. 1903, Giro d’Italia ปี ค.ศ. 1909

ภาพการแข่งขันรายการ Paris–Roubaix ครั้งแรก ที่ได้จัดขึ้น เมื่อวันที่ 19 เมษายน ปี ค.ศ. 1896 เป็นการแข่งขันประเภทวันเดียวจบ ในระยะทาง 280 กิโลเมตร

หลายๆ แบรนด์ประสบความสำเร็จในการสร้างจักรยานและผลิตอุปกรณ์ รุ่งเรือง โด่งดังเป็นดาวเด่น อยู่ในระดับหัวแถวของวงการ แต่พอมาถึงปัจจุบันกลับเหลือเพียงแต่ชื่อให้ผู้คนได้นึกถึง ถ้าจะนับกันจริงๆ ก็เหลือไม่กี่แบรนด์ที่ยังคงอยู่ยั้งยืนยงมาได้และยังคงดำเนินงานสืบสานตำนานแห่งความรุ่งเรือง แม้จะเปลี่ยนมาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ 3D มาช่วยออกแบบ ใช้คาร์บอนแทนโลหะ ใช้ AI เข้ามาเป็นส่วนร่วมในการทำงาน และหนึ่งในแบรนด์ที่กล่าวมา นั่นก็คือ 3T แบรนด์จักรยานเก่าแก่จากประเทศอิตาลี ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1961 เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการทำอุปกรณ์สำหรับจักรยานเพื่อใช้สำหรับการแข่งขัน เช่น แฮนด์ และ สเต็ม โดยมีแชมเปี้ยนระดับโลก ผู้ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดการอย่าง “Eddy Merckx” ก็ใช้อุปกรณ์ของ 3ttt ในการลงแข่งขันด้วยเช่นกัน

ภาพจาก cyclist.co.uk

ภาพการแข่งขันในรายการ Tour de France  เมื่อปี ค.ศ. 1975 โดยมี Eddy Merckx (คนสวมเสื้อ Moltini) ขนะการแข่งขันเป็นครั้งที่ 6

ปรับเปลี่ยนเข้าสู่ยุคใหม่ที่สดใสกว่าเดิม

จาก 3ttt ในอดีต แม้โลโก้จะเปลี่ยนมาเป็น 3T ที่สดใสและทันสมัย ก็ยังคงยืนหนึ่งในด้านการเป็นผู้นำนวัตกรรมในวงการจักรยานไม่เปลี่ยนแปลง สุดล้ำมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ยิ่งเป็นนักปั่นในยุคสับถัง (Downtube shifters) พูดได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก 3ttt โดยในทุกวันนี้อุปกรณ์ชิ้นใดที่ใช้ตราสัญลักษณ์ 3ttt ก็กลายเป็นของแรร์ไอเทมที่นักสะสมจักรยานทั่วโลกต่างถวิลหามาไว้ในครอบครอง

ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1970 เป็นต้นมาจนถึงปี ค.ศ. 2000 ถือได้ว่าเป็น 30 ปีทองของ 3T ที่มีการผลิตคิดค้นอุปกรณ์สำหรับจักรยานขึ้นมามากมาย ปี ค.ศ.1975 “SuperLeggera” แฮนด์ดรอปสำหรับเสือหมอบที่เบาที่สุดในโลก, ปี ค.ศ.1989 Forma SL แฮนด์เสือหมอบที่เปลี่ยนช่วงดรอปจากโค้งครึ่งวงกลมเป็นตัดลาด, ปี ค.ศ. 1992 เป็นผู้ออกแบบและผลิตแฮนด์สำหรับจักรยานประเภท TT ที่ปรับเปลี่ยนได้มากที่สุด ในรุ่น BioQuartetto และในปี ค.ศ.1994 เป็นผู้คิดค้นถ้วยคอแบบหนีบ (AHeadset Threadless) นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

แม้วันเวลาจะผ่านมาอีกเป็นทศวรรษจนเข้าสู่ยุคปี 2000 มีการใชคาร์บอนไฟเบอร์เข้ามาแทนอลูมิเนียม เปลี่ยนสัญลักษณ์จาก 3ttt มาเป็น 3T ก็ยังคงเป็นผู้นำนวัตกรรมในวงการจักรยานอยู่เช่นเดิม โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเรียกว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ชุด cockpit จาก 3T คือ แฮนด์ สเต็ม และหลักอาน ซึ่งมีทั้งอลูมิเนียมและคาร์บอน พ่วงตามมาด้วยล้อประสิทธิภาพสูง ซึ่งมีทั้งขอบอลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์เช่นกัน

แต่ที่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ 3T จริงๆ คือ ได้เพิ่มสายการผลิตจากผู้ผลิตอุปกรณ์จักรยาน เช่น แฮนด์ สเต็ม หลักอาน ล้อ และ ตะเกียบ มาเป็นผู้ผลิตจักรยาน โดยได้วิศวกรและผู้ร่วมก่อตั้งจาก Cervélo เข้ามาร่วมงานกับ 3T ด้วย

ถัดมาเพียงหนึ่งปี 3T รุ่น Exploro จึงได้กำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 2016 เป็นจักรยาน Gravel Bike ที่มีกลิ่นอายของเสือหมอบแอโร่เรซซิ่งจาก Cervélo มาเต็มๆ เพียงแต่ Exploro เป็นจักรยานเรซซิ่งบนทางกรวด และนี่คือก้าวแรกของ 3T ที่เข้าสู่โลกของ Gravel Bike อย่างเต็มตัว

แม้ว่าจะมีเสือหมอบถนน แต่หัวใจของ 3T ก็คือ Gravel Bike โดยมีรุ่นย่อยต่างๆ แยกออกไปอีก เช่น Racemax และ Ultra นอกจากนี้ Exploro ยังมีรุ่นพิเศษที่ไปร่วมกับแบรนด์ชั้นระดับโลกอื่นๆ ด้วย เช่น BMW x 3T Special Edition และ Racemax x Lamborghini เป็นต้น โดยทุกรุ่นยังคงคอนเซ็พส์ “แอโร่ไดนามิค” ในทุกๆ อณู แม้ความเร็วต่ำ Exploro ก็ยัง “โกงสายลม” เพิ่มความเร็วให้กับนักปั่นได้

ในเมื่อ 3T คือเจ้าแห่งชุด Cockpit (สเต็ม แฮนด์ และหลักอาน) มาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน นักปั่นระดับโลกใช้ลงแข่งขันจนได้รางวัลมาแล้วนับไม่ถ้วน จากวันนั้นถึงวันนี้ 3T ก็ยังคงมุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง แม้จะเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี AI และการใช้วัสดุอวกาศอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ จนถึงขนาดตั้งโรงงานในประเทศอิตาลี เพื่อคิดค้นและผลิตจักรยาน ”รุ่นพิเศษ” เช่น Racemax Italia และการวิจัยต่างๆ  ซึ่งเป็นที่มาของจักรยานในรุ่นต่างๆ ของ 3T

3T Exploro RaceMax Italia ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ เฉพาะเจ้าชาย Alberto ที่ 2 ประเทศโมนาโค

3T Exploro Racemax

Racemax คือตัวเลือกต้นๆ ถ้าคุณเป็นคนชื่นชอบและถวิลหาความเร็ว มี DNA การแข่งขันอยู่ในสายเลือด เพราะ Racemax ด้วยสารตั้งต้น คือ “เกิดมาเพื่อทำความเร็ว” ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน บนถนนทางเรียบและทางกราเวล ก็จะได้ความรู้สึกเช่นเดียวกับเสือหมอบตัวแข่ง แม้กระทั่งหน้าตาก็เหมือนเสือหมอบตัวแข่งดีๆ นี่เอง ทุกอณูคือความแอโร่ ไล่เรียงมาตั้งแต่เฟรม ตะเกียบ จนไปถึงหลักอานก็ยังเป็นหลักอานแอโร่ทรงหยดน้ำ

เมื่อต้องโลดแล่นในทางกราเวล Racemax ออกแบบให้มี WAM สูงสุดถึง 61 มิลลิเมตร (Width as Measured: (WAM: Width as Measured ความกว้างของหน้ายาง ตามขนาดสูงสุดที่วัดได้) โดยที่เฟรมรองรับทั้งการใช้ล้อ 700c ร่วมกับยางได้ตั้งแต่ 35-42 mm. และล้อ 650b (27.5”) ร่วมกับยางได้ตั้งแต่ 27.5×2.0 – 2.25”

Racemax พิถีพิถันในทุกๆ ส่วน เริ่มจากตะเกียบที่มีความยาวเท่ากับเสือหมอบทางเรียบ Road Bike ทำให้ได้อารมณ์และความรู้สึกไม่ต่างจากการปั่นเสือหมอบถนน  สอดรับกับท่อคอที่เพรียวลมซึ่งเป็นขนาดเดียวกับเสือหมอบถนน ซึ่งให้ความแอโร่ไดนามิคมากกว่า ในส่วนของท่อล่างก็ยังเป็นทรงแอโร่ สอดรับกับกระบอกน้ำอย่างพอดิบพอดี แม้กระทั่งจุดเล็กๆ น้อยๆ เช่น จุดยึดบังโคลน ก็ซ่อนได้อย่างแนบเนียน ทำมาเพื่อเอาใจสายลุย สายโคลน และสายปั่น Commuter ในวันหยุดสุดสัปดาห์

และอย่างที่รู้กันว่าจักรยานกราเวลคือ จักรยานอเนกประสงค์ ในวันที่คุณอยากออกไปซิ่งกับเพื่อนๆ ก็แค่หาล้อคาร์บอนขอบสูงดีๆ ใส่ยางทางเรียบสักชุด ไว้สลับสับเปลี่ยน Racemax ก็กลายเป็นเสือหมอบทางเรียบได้ทันที หรือในวันหยุดสุดสัปดาห์คุณจะนำอุปกรณ์ตั้งแค้มป์ ออกไปผจญภัย ท้าทาย สายลมและแสงแดด Racemax คันนี้ก็กลายเป็น Bike Packing ได้ด้วยเช่นกัน

3T Exploro Ultra

เกิดมาเพื่อเป็นกราเวลสายบู๊ตัวจริง เน้นทางกราเวล ทางลุย มากกว่าการอยู่บนถนนทางเรียบ ด้วยสารตั้งต้นคือ เป็นกราเวลที่ใส่ยางหน้ากว้างได้ ลุยได้ทุกที่ที่มีทาง ตั้งแต่ถนนกรวด ถนนลูกรังในชนบท จนถึงทางธรรมชาติ แต่ก็ยังไม่ทิ้ง DNA ของความเร็วเมื่ออยู่บนถนนลาดยางทางเรียบ รองรับยางหน้ากว้างได้สูงสุด (WAM: Width as Measured ความกว้างของหน้ายาง ตามขนาดสูงสุดที่วัดได้) 55-61 มิลลิเมตร สำหรับล้อและยาง 27.5 นิ้ว / 650b และ สำหรับล้อ 700c ได้ถึง 45 มิลลิเมตร

ด้วยโจทย์ของ Ultra ที่ต้องการให้เป็นจักรยานกราเวล-แอโรประเภท Extreme จึงเป็นโจทย์ยากและแต่ก็ไม่เกินขีดความสามารถของ 3T เนื่องจากจุดเริ่มต้นการออกแบบด้วยการใช้ยางขนาดใหญ่ 55-61 มิลลิเมตร ดังนั้นสิ่งที่ 3T ทำคือ นำกระแสลมให้ไหลออกจากล้อหน้าแล้วเปลี่ยนเส้นทางออกไป นั่นคือเหตุผลของท่อล่างขนาดกว้าง 60 มิลลิเมตร วางชิดหลังล้อหน้า และจะกว้างขึ้นเป็น 75 มิลลิเมตร เมื่อเข้าใกล้กับกะโหลก

 

สำหรับในรายละเอียดจุดอื่นๆ ที่เป็นปลีกย่อยของ Ultra ก็คล้ายกับ Racemax เช่น ตะเกียบที่ออกแบบให้มีความยาวเท่ากับเสือหมอบ ทำให้ได้อารมณ์และความรู้ไม่ต่างจากการปั่นเสือหมอบถนน และจุดยึดบังโคลนที่ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน ก็ทำมาเพื่อเอาใจสายลุย และกลายเป็น Bike Commuter ในวันทำงาน หรือแม้กระทั่งกลายเป็น Bike Packing ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่คุณจะออกไปผจญภัย ตั้งแค้มป์ โต้สายลมและแสงแดดก็ได้

ด้วยการออกแบบอย่างไตร่ตรองทุกจุด หลายคนอาจมองว่า 3T Ultra คือเสือภูเขาถ่างตะเกียบหน้า-หลังหรือเปล่า ?? ไม่ใช่เลย… ในความเป็นจริงนั้น เสือภูเขากับกราเวลไบค์ โดยเฉพาะ Gravel Bike จาก 3T ต่างกันกับเสือภูเขาอย่างสิ้นเชิง เพราะด้วยตำแหน่งองศาท่านั่ง (Geometry) กราเวลจะคล้ายกับเสือหมอบ ทั้งฐานล้อ ตะเกียบหน้า  ตะเกียบโซ่ มีความแอโร่ในทุกมิติ รวมถึงกะโหลก BB และมีค่า Q Factor ที่เหมือนเสือหมอบ จึงทำให้ Ultra และ Racemax สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ เหมือนเสือหมอบ 100% แม้ว่าจะอยู่บนทางกราเวลก็ตาม

แต่จุดหนึ่งที่ Ultra มี แต่ Racemax ไม่มีคือ การที่ Ultra ถูกออกแบบให้เป็น Extreme Gravel Bike ดังนั้นหลักอานของ Ultra จึงใช้ท่อกลม ทำให้สามารถใช้ Dropper Post (หลักอานยุบ/ยืดหดได้) คล้ายกับเสือภูเขาไฮเอนด์ เช่น SantaCruz  ซึ่งถ้าคุณอยากหามาใช้กับ 3T Ultra ของคุณ Dopper Post จาก crankbrother ในรุ่น Highline ก็หาซื้อได้ไม่ยาก ซึ่งหลักอานประเภทนี้มีไว้ดีกว่าไม่มี เพราะจะทำให้เราควบคุมการปั่นง่ายขึ้นและสนุกมากขึ้น

ส่วนใครที่ยังไม่ได้ทำความรู้จักกับกราเวลไบค์จาก 3T ว่าสนุกแค่ไหน สามารถติดต่อทดลองปั่นทดสอบได้ที่โชว์รูม Bike Zone ทุกสาขา: กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และหาดใหญ่ แล้วออกไปสัมผัสธรรมชาติพร้อมกับจักรยานกราเวลไบค์คู่ใจดีๆ สักคัน หรือยิ่งไปกว่านั้นคือการได้ไปร่วมสนุกกับงาน Dustman “The Gravel Journey” งาน/การแข่งขัน ที่ชุมนุมคนรักกราเวลไบค์ซึ่งจัดในประเทศไทย โดยทีมงาน BZE เชื่อว่าถ้าคุณได้ร่วมงานสักครั้ง แล้วคุณจะรักกราเวลไบค์เหมือนพวกเรา

blog-s