04 / 01 / 2026
Bike Zone Bangkok : Bike Fitting

Sync Your Ride

เมื่อจักรยานและร่างกายหลอมรวมเป็นหนึ่ง

การทำ Bike Fitting ก็ไม่ต่างอะไรกับการติดกระดุมเม็ดแรกที่ต้องเริ่มให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพราะการปรับจักรยานที่ถูกต้อง เหมาะสมกับนักปั่นคนนั้นๆ  คือ การกำหนดประสิทธิภาพโดยรวมของการปั่นจักรยาน ถึงแม้ว่าจักรยานคันนั้นจะมีสมรรถนะสูงเพียงใด หาก Fitting ไม่ถูกต้อง ก็ไม่สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของจักรยานคันนั้นออกมาได้

Bike Fitter เปรียบเสมือน “หมอจักรยาน” ต้องผสานความเข้าใจทั้งด้าน Fitness (ความพร้อมของสรีระร่างกาย) และ Fitting (การตั้งค่าจักรยาน) เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อเชื่อมโยงสมรรถนะของจักรยานให้เข้ากับศักยภาพของนักปั่นอย่างสมดุลมากที่สุด เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สูญเสียพลังงานน้อยที่สุด และเป็นหนึ่งเดียวกับจักรยานมากที่สุด

Bike Fitter ประจำ Bike Zone Bangkok

คุณกุ้ง – ญาณพล ธุมาพันธ์ (Yannapon Thumapun) ด้วยประสบการณ์กว่า 17 ปี ด้าน Personal Trainer และนักไตรกีฬา สั่งสมความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า Bike Fitting คือศาสตร์แห่งการปรับจูนเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างร่างกายมนุษย์และจักรยาน เพื่อลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บในระยะยาว และยกระดับการปั่นให้มีประสิทธิภาพ เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบตามเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนักปั่นแต่ละคน

การปั่นจักรยานถ้าดูเผินๆ ก็ไม่น่าจะมีอะไรแตกต่างกัน แต่เบื้องลึกลงไป มีเหตุผลที่ต่างกัน บางคนปั่นจักรยานโดยมุ่งเน้นความเร็ว แต่บางคนต้องการปั่นเพื่อสุขภาพ ขณะที่บางคนเลือกปั่นจักรยานเพราะมีข้อจำกัดของร่างกาย เมื่อเป้าหมายต่างกัน กระบวนการ Bike Fitting ก็ไม่เหมือนกัน แม้จะเป็นจักรยานยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกัน และขนาดเดียวกันก็ตาม

ปรับให้เหมาะ เฉพาะตัวคุณ

นักปั่นจำนวนไม่น้อยยังมองว่าจักรยานรุ่นท็อปๆ ในแต่ละยี่ห้อ เช่น Cervélo รุ่น S5 ถูกออกแบบมาเพื่อการแข่งขันเท่านั้น แต่ความจริงเราสามารถปรับให้ปั่นสบายก็ได้ แม้จะสบายไม่เทียบเท่าจักรยานในกลุ่ม Endurance แต่สิ่งที่ได้กลับมาเต็มๆ คือ “สมรรถนะ” ทั้งด้านการตอบสนอง ความเฉียบคม และความเร็ว

ในทางกลับกัน จักรยานประเภท Endurance ที่ปั่นสบาย เช่น Cervélo รุ่น Caledonia ก็สามารถปรับให้มีบุคลิกที่ดุดัน Aggressive มากขึ้นได้เช่นกัน แม้จะไม่สุดเท่าจักรยานสายแข่งระดับท็อป แต่ด้วยการปรับแต่ง Fitting ที่เหมาะสม ก็สามารถดึงศักยภาพด้านความกระฉับกระเฉงออกมาได้

อะไรคือสัญญาณที่ไม่ปกติ?

หลายครั้งที่นักปั่นมีอาการเจ็บ ชา ปวด จากการปั่น ซึ่ง Bike Fitter ต้องแยกแยะให้ได้ว่าอาการเหล่านั้นเกิดจาก Bike Fitting ที่ผิดพลาด หรือเป็นเพียงกล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไป ซึ่งในกรณีที่ร่างกายหรือกล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไป เมื่อพัก 3–4 วัน อาการดังกล่าวก็มักจะหายไป

แต่หากมีอาการเจ็บหรือชาซ้ำทุกครั้งที่ปั่น นั่นคือสัญญาณที่ต้องตรวจสอบว่า ปัญหาเกิดจากความบกพร่องของร่างกาย หรือมาจากการ Fitting ที่ไม่ถูกต้องบนจักรยาน เราต้องแก้ไขให้ตรงจุด เพราะอาการเจ็บ ปวด หรือชา ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่คือสัญญาณของ “ความไม่ปกติ”

ที่ Bike Zone Bangkok เราเปิดโอกาสให้ลูกค้ากลับเข้ามาทำ Re-fit ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในระยะเวลา 6 เดือน

เป้าหมายของเราคือการปรับจักรยานให้สอดคล้องกับพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายนักปั่นในแต่ละช่วงเวลา

เพราะการทำ Bike Fitting ที่ดี ไม่ได้สิ้นสุดเพียงการปรับตั้งครั้งแรก แต่คือกระบวนการที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกับนักปั่นอย่างต่อเนื่อง


ขบวนการทำ Bike Fitting ที่ Bike Zone

1. Rider Interview / Discussion

  • Goals

  • Experience

  • Injuries or discomfort

2. Biometric Measurements

  • Inseam

  • Sit bone width

3. Functional Assessment | Movement Quality

  • Mobility

  • Flexibility

  • Movement Patterns

4. Contact Point Optimization | Power Transfer

  • Cleats

  • Saddle

  • Handlebar

5. On-bike Testing


หากนักปั่นท่านใด สนใจทำ Bike Fitting จักรยานทุกประเภท ทั้งไตรกีฬา เสือหมอบ และกราเวล ทุกยี่ห้อ ทุกรุ่น

สามารถสอบถามได้ที่ Bike Zone ทั้ง 2 สาขา 

กรุงเทพฯ  https://www.facebook.com/bikezonebkk

เชียงใหม่ https://www.facebook.com/bikezonecm

 

 

blog-s